วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สมาชิกในกลุ่ม


1.เด็กชาย  ธนโชค      โชคสงเคราะห์         เลขที่ 5     ม.3/12
2.เด็กชาย  ปริยะ         จิยางกูร                   เลขที 9     ม.3/12
3.เด็กหญิง จารุภา       ปาลคเชนทร์            เลขที่ 19   ม.3/12
4.เด็กหญิง มนรดา      สุวรรณ                    เลขที 29   ม.3/12
5.เด็กหญิง ศิรพักตร์   กีรติโชติกุล             เลขที 32   ม.3/12

ความหมายของอาชีพ

คำถาม

อาชีพหมายถึง?

อาชีพอิสระกับอาชีพเสริมต่างกันอย่างไรมีนิยามว่าอย่างไร คนอายุ15-60ปีประกอบอาชีพและมีรายได้ตำก่าว23000บาทต่อปีมีกี่คนต่อครัวเรือน คนที่จบชั้นป6ไม่ได้เรียนต่อชั้นมัธยมมีประมาณเท่าไรและได้รับการผึกอบรมบ้างหรือเปล่า nbsp
คำตอบ
อาชีพ หมายถึง การทำกิจกรรม การทำงาน การประกอบการที่ไม่เป็นโทษแก่สังคม และมีรายได้ตอบแทน โดยอาศัยแรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เครื่องมือ วิธีการ แตกต่างกันไป
กลุ่มอาชีพตามลักษณะการประกอบอาชีพ มี 2 ลักษณะ คือ อาชีพอิสระ และอาชีพรับจ้าง
1. อาชีพอิสระ หมายถึง อาชีพทุกประเภทที่ผู้ประกอบการดำเนินการด้วยตนเอง 
แต่เพียงผู้เดียวหรือเป็นกลุ่ม อาชีพอิสระเป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่หากมีความจำเป็นอาจมีการจ้างคนอื่นมาช่วยงานได้ เจ้าของกิจการเป็นผู้ลงทุน และจำหน่ายเอง คิดและตัดสินใจด้วยตนเองทุกเรื่อง ซึ่งช่วยให้การพัฒนางานอาชีพ เป็นไปอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ การประกอบอาชีพอิสระ เช่น ขายอาหาร ขายของชำ ซ่อมรถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในการประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ ความสามารถในเรื่อง การบริหาร การจัดการ เช่น การตลาด ทำเลที่ตั้ง เงินทุน การตรวจสอบ และประเมินผล เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความอดทนต่องานหนัก ไม่ถ้อถอยต่อ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และมองเห็นภาพการดำเนินงาน ของตนเองได้ทะลุปรุโปร่ง 

2. อาชีพรับจ้าง หมายถึง อาชีพที่มีผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการ โดยตัวเองเป็นผู้รับจ้าง ทำงานให้ และได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง หรือเงินเดือน อาชีพรับจ้างประกอบด้วย บุคคล 2 ฝ่าย ซึ่งได้ตกลงว่าจ้างกัน บุคคลฝ่ายแรกเรียกว่า "นายจ้าง" หรือผู้ว่าจ้าง 
บุคคลฝ่ายหลังเรียกว่า "ลูกจ้าง" หรือผู้รับจ้าง มีค่าตอบแทนที่ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ ผู้รับจ้างเรียกว่า "ค่าจ้าง" 
การประกอบอาชีพรับจ้าง โดยทั่วไปมีลักษณะ เป็นการรับจ้างทำงานในสถาน ประกอบการหรือโรงงาน เป็นการรับจ้างในลักษณะการขายแรงงาน โดยได้รับค่าตอบ แทนเป็นเงินเดือน หรือค่าตอบแทนที่คิดตามชิ้นงานที่ทำได้ อัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับการกำหนด 
ของเจ้าของสถานประกอบการ หรือนายจ้าง การทำงานผู้รับจ้างจะทำอยู่ภายในโรงงาน ตามเวลาที่นายจ้างกำหนด การประกอบอาชีพรับจ้างในลักษณะนี้มีข้อดีคือ ไม่ต้องเสี่ยง กับการลงทุน เพราะลูกจ้างจะใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่นายจ้างจัดไว้ให้ทำงานตามที่นายจ้าง 
กำหนด แต่มีข้อเสีย คือ มักจะเป็นงานที่ทำซ้ำ ๆ เหมือนกันทุกวัน และต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของนายจ้าง ในการประกอบอาชีพรับจ้างนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่เอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบอาชีพ รับจ้างมีความเจริญก้าวหน้าได้ เช่น ความรู้ ความชำนาญในงาน มีนิสัยการทำงานที่ดี มีความกระตือรือร้น มานะ อดทน ในการทำงาน ยอมรับกฎเกณฑ์และเชื่อฟังคำสั่ง มีความซื่อสัตย์ สุจริต ความขยันหมั่นเพียร รับผิดชอบ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รวมทั้ง สุขภาพอนามัยที่ดี อาชีพต่าง ๆ ในโลกมีมากมาย หลากหลายอาชีพ ซึ่งบุคคลสามารถจะเลือกประกอบ อาชีพได้ตามความถนัด ความต้องการ ความชอบ และความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ประเภทใด จะเป็นอาชีพอิสระ หรืออาชีพรับจ้าง ถ้าหากเป็นอาชีพที่สุจริตย่อมจะทำให้ เกิดรายได้มาสู่ตนเอง และครอบครัว ถ้าบุคคลผู้นั้นมีความมุ่งมั่น ขยัน อดทน ตลอดจน มีความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ จะทำให้มองเห็นโอกาสในการเข้าสู่อาชีพ และพัฒนา อาชีพใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ

ตัวอย่างอาชีพ

อาชีพงานกลางแจ้ง

วิศวกรโยธา    ครูฝึกสอนกีฬา   นักบิน  เกษตรกร    สัตวแพทย์    ช่างไม้  ผู้รับเหมาก่อสร้าง    เจ้าหน้าที่รักษาป่า     ภูมิสถาปนิก   ช่างก่ออิฐ  นักออกแบบสวน พนักงานดับเพลิง

อาชีพที่ใช้ความละเอียด
โปรแกรมเมอร์    สมุห์บัญชี     นักการธนาคาร  วิศวกรอวกาศ  บรรณารักษ์   นักเทคนิคทางการแพทย์      
นักวิเคราะห์ด้านการเงิน   นักบัญชี


อาชีพที่ใช้ทักษะความเป็นผู้นำ
เจ้าของธุรกิจ    ทหาร    ทนายความ  พนักงานขาย    ผู้จัดการโรงแรม นักการเมือง    ครูใหญ่         ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล   ตำรวจ


อาชีพต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากๆ
ครู  แพทย์  นักโฆษณา  นักข่าว     ผู้รายงานข่าว นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล  นักจิตวิทยา   พนักงานขายทางโทรศัพท์  พนักงานขายร้านค้าปลีก  พนักงานเก็บเงิน  พนักงานต้อนรับ


อาชีพด้านงานศิลปะ&การบันเทิง
นักแสดง    นักดนตรี      นักเขียน        
นักออกแบบเครื่องแต่งกาย    สถาปนิก  ช่างภาพ    ผู้ออกแบบท่าเต้น


อาชีพที่ใช้ทักษะของการค้นคว้าหาเหตุและผล
นักวิทยาศาสตร์    ตำรวจ    นักสืบ   นักวิจัยทางการแพทย์    จิตแพทย์  ศาสตราจารย์    วิศวกรเครื่องกล    วิศวกรไฟฟ้า      
 นักวิจัยตลาด      นักกฎหมาย    นักธรณีวิทยา     เจ้าหน้าที่รักษาป่า

ความหมายของทักษะ

ความหมายของทักษะ





     หมายถึง ความชัดเจน และความชำนิชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งบุคคลสามารถสร้างขึ้นได้จากการเรียนรู้ ได้แก่ ทักษะการอาชีพ การกีฬา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การอ่าน การสอน การจัดการ ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทักษะทางภาษา ทักษะทางการใช้เทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งเป็นทักษะภายนอกที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน จากการกระทำ หรือจากการปฏิบัติ ซึ่งทักษะดังกล่าว นั้นเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่จะทำให้ผู้มีทักษะเหล่านั้น มีชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ โดยมีโอกาสที่ดีกว่าผู้ไม่มีทักษะดังกล่าว ซึ่งทักษะประเภทนี้เรียกว่า Livelihood skill หรือ Skill for living ซึ่งเป็น คนละอย่างกับทักษะชีวิต ที่เรียกว่า Life skill


อาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการฟัง

โปรดิวเซอร์เพลง





         คือ มีหลายบทบาทการทำงาน ทั้งทำหน้าที่ควบคุมการบันทึกเสียง ให้คำแนะนำและแนวทางกับนักดนตรี จัดการและวางแผนงานการผลิตทั้งค่าใช้จ่ายและทรัพยากร ดูแลจัดการการบันทึกเสียง การผสมเสียงและขั้นตอนการการทำต้นฉบับ สิ่งเหล่านี้คือหน้าที่หลักของโปรดิวเซอร์ ตั้งแต่เริ่มต้นบันทึกเสียง แต่ต่อมาช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ต่างก็มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมารับหน้าที่บางส่วน ในบางกรณีจะมีการนำโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ มาเปรียบเทียบการทำงานกับโปรดิวเซอร์เพลง ในแง่งาน ของเขต ซึ่งแตกต่างจากโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ที่ โปรดิวเซอร์เพลงมักไม่ค่อยจะได้รับความรับผิดชอบในการหาเงินทุนเพื่อการผลิตผลงานเพลง การทำงานของโปรดิวเซอร์เพลงจะคล้ายกับการทำงานของผู้กำกับภาพยนตร์มากกว่า โปรดิวเซอร์เพลงจะถูกว่าจ้างโดยนายทุน (โดยทั่วไปอาจหมายถึงค่ายเพลง หรือในบางครั้งอาจเป็นตัวศิลปินเอง)

นักร้อง


     
คือ บุคคลที่ร้องเพลงเป็นอาชีพ นักร้องมีหลากหลายแบบ ตามแนวเพลง นักร้องที่ดีจะมีเสียงที่ไพเราะเป็นจุดดึงดูดให้ผู้ฟังเพลงได้เพลิดเพลิน ซึ่งประเภทของเพลง ทำให้แยกประเภทของนักร้องได้ เช่นอคูสติก ป๊อป ร็อค แจ๊ส เบส เป็นต้น

นักดนตรี

   
      คือ ผู้ที่มีความสามารถทางด้านดนตรี โดยไม่คำนึงถึงว่าเขาจะมีดีในด้านใด พวกเขามีความรักในเสียงดนตรี

นักการทูต

  
   คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของผู้นำประเทศและเป็นผู้แทนของประเทศในการติดต่อกับอีกรัฐหนึ่ง เช่นการพบปะหารือระหว่างผู้นำลาวกับนายกรัฐมนตรีไทยถือเป็นการติดต่อระหว่างรัฐทั้งสอง ในกรณีที่ผู้นำรัฐมีความสนิทกันก็อาจจะยกหูโทรศัพท์คุยระหว่างกันได้เลยซึ่งก็ถือว่าสิ่งที่พูดหรือตกลงกันทางโทรศัพท์นั้นคือความตกลงระหว่างประเทศทีเดียว

ผู้พิพากษา


     
      คือ ข้าราชการตุลาการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี

อาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการพูด

งานขาย (SALES)


       
        อาชีพนี้เหมาะกับคนที่มีบุคลิกที่ชอบพบปะพูดคุยกับผู้อื่นอยู่เสมอ มีอัธยาศัยดี ที่สำคัญอารมณ์ต้องเย็น...เจี๊ยบ เลยทีเดียว เพราะการทำอาชีพเป็นพนักงานขาย รายได้ส่วนหนึ่งจะมาจากยอดขายที่คุณทำผลงานได้ดี ขายได้เยอะส่วนแบ่งและค่าตอบแทนก็จะได้เยอะไปด้วย ต้องเป็นคนที่ขยันขันแข็ง ไม่เบื่อที่จะต้องพบเจอคนใหม่ๆ และทักษะที่สำคัญที่สุดก็คือ การพูดจาโน้มน้าวใจคนเก่ง นั่นจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพการขายอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นงานขายตรง หรือขายอ้อมๆ รับรองโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ สำหรับหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้โดยตรงก็จะเป็นสาขาการตลาด หรือหลักสูตรอบรมการขายต่างๆ ก็มีเปิดอบรมมากมายในปัจจุบัน 

     
ประชาสัมพันธ์ (PUBLIC RELATIONS)

   
  
       ผู้ที่ปฏิบัติงานในด้านการประชาสัมพันธ์เราจะเรียกว่า “เจ้าหน้าประชาสัมพันธ์ (Public Relations Officer) หรือที่มักนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “PR” คนที่เหมาะกับการเป็นนักประชาสัมพันธ์จะต้องเป็นผู้สื่อสารที่ดี ชอบพูดคุย รักการเข้าสังคม ชอบพบปะกับผู้คนมากมาย ที่สำคัญคือ จะต้องเป็นผู้ที่มีใจรักงานบริการอย่างแท้จริง เพราะอาชีพนี้มักเป็นฝ่ายที่ต้องรับหน้าลูกค้าและสื่อมวลชนเสมอ ดังนั้นหากใครไม่มีใจรักและความอดทนจริงๆ ก็ไม่อาจทำงานนี้ได้อย่างแน่นอน ส่วนคณะและสาขาวิชาที่จะต้องเลือกเรียนส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ เริ่มฝึกปฏิบัติการพูดต่อที่สาธารณชน การเป็นพิธีกร เป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุ (ดีเจ) หรือ ฝึกปฏิบัติการจัดกิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์ เช่น จัดสัมมนาเพื่อการประชาสัมพันธ์ สัมมนาสื่อมวลชน จัดนิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง ฝึกด้านบุคลิกภาพให้ดี และมีความมั่นใจมากขึ้นนั่นเอง
     
แพทย์และทันตแพทย์ (DOCTORS/DENTISTS)


       
    
       หลายคนอาจจะแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมอาชีพทางสายการแพทย์ ถึงเหมาะกับคนที่ชอบเข้าสังคม และพบปะผู้คนบ่อยๆ เพราะแพทย์ในความคิดของหลายๆ คนจะต้องเป็นคนที่มีบุคลิกเคร่งขรึม เก่ง ฉลาด มีความรู้มาก ไม่น่าจะชอบยุ่งหรือสุงสิงกับใคร แต่ถ้ามองในทางกลับกันแล้วอาชีพแพทย์ หรือทันตแพทย์ จะต้องเป็นอาชีพที่พบปะผู้คนมากมาย คนไข้ที่เข้ามาทำการรักษาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น แพทย์ส่วนใหญ่ที่จะประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในอาชีพการงาน นอกจากเป็นคนเก่ง และฉลาดแล้ว สิ่งสำคัญคือ จะต้องเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย มีเสน่ห์ และมีศิลปะในการพูดกับคนไข้ที่มาใช้บริการ การพูดคุยเพื่อให้คนไข้คลายกังวลก็เป็นศิลปะส่วนหนึ่งที่แพทย์ทุกคนจะต้องมีนั่นเอง
     
 วารสารศาสตร์ (JOURNALISM)

   

     อีกหนึ่งอาชีพที่ต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นจำนวนมาก ถ้าคุณมีลักษณะนิสัยที่ชอบพูดคุยซักถาม สนุกสนานในการได้สัมภาษณ์เรื่องราวของผู้คนแล้วหละก็ งานวารสารศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรวิชาชีพที่เหมาะกับคุณอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรืองานวารสารอื่นๆ เป็นต้น ทักษะที่ใช้ในงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการพูดคุย จะต้องเป็นคนที่คุยเก่ง ชอบถามซักไซ้ไล่เลียง อยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต ไม่กลัวที่จะต้องพูดคุยกับผู้คนแปลกหน้า และที่สำคัญจะต้องมี ทักษะด้านการเขียน ที่ค่อนข้างดีอีกด้วย เพราะงานวารสารศาสตร์จะต้องใช้ทักษะทางด้านภาษาในการเขียนงานให้มีเสน่ห์น่าติดตาม วิชาที่จะต้องเลือกเรียนได้แก่ สาขาสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์ เป็นต้น บางมหาวิทยาลัยอาจอยู่ในคณะมนุษย์ศาสตร์ ดังนั้นให้เน้นไปที่สาขาสื่อสารมวลชนเป็นอันใช้ได้

   

นักแสดง (ACTOR)


    

        นี่คืองานในฝันที่แท้จริงของคนที่มีลักษณะที่มีความมั่นใจสูง ชอบเข้าสังคม และไม่เขินอายที่จะอยู่ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ เมื่ออยู่ภายใต้สปอร์ตไลท์และได้รับความสนใจมากเพียงใดก็จะยิ่งทำให้คุณพึงพอใจมากขึ้นเท่านั้น ความสำเร็จที่ได้มาจากอาชีพทางด้านการแสดงจะนำมาซึ่งชื่อเสียงเงินทอง และโอกาสจากสังคมอีกมากมาย เพียงแค่คุณเป็นคนกล้าแสดงออก รักในการแสดง และถ้ายิ่งมีรูปร่างหน้าตาที่ดี รับรองว่ามีโอกาสในการทำงานด้านนี้ค่อนข้างสูง เป็นอาชีพที่จะต้องฝึกฝนและพัฒนาทักษะทางด้านการแสดงของตัวคุณเองอยู่เสมอ หลักสูตรที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นพวกสาขาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ หรือจะเป็นคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาเอกการละคร นอกจากนั้นยังมีโรงเรียนสอนการแสดง ฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับเตรียมตัวเป็นนักแสดงโดยเฉพาะให้เลือกมากมายหลายสถาบันด้วยกัน
  
   

อาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการอ่าน

นักพากษ์


     คือผู้ที่ให้เสียงสำหรับภาพยนตร์เอะนิเมะชัน ภาพยนตร์ต่างประเทศ การ์ตูน ละครทีวี หรือวิทยุ นักพากย์การ์ตูน นักพากย์เสียงอาจจะใช้ฉายา ของตัวเองในการพากย์เพื่อให้ ผู้ฟังหรือผู้ชมจดจำได้ง่าย หลายครั้งที่นักพากย์เสียงไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน เนื่องจากไม่ได้ปรากฏตัวให้ผู้อื่นจำหน้าได้ บางครั้งอาจให้นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาเป็นนักพากย์ เพื่อให้ผู้ชมจำเสียงได้





บรรณาธิการ


   
       เป็นบุคคลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการจัดทำ รวบรวม ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุม เนื้อหาและภาพทั้งหมด ที่จะตีพิมพ์เป็นหนังสือ หรือเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีกำหนดว่าจะออกเรื่อยไปตามลำดับ โดยใช้ชื่อเดิม เช่น หนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆ และนิยมใช้เป็นคำย่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “บ.ก.” ส่วนคำที่ใช้เรียกกระบวนการลักษณะดังกล่าว คือบรรณาธิกร 

นักเขียน


    

       คือผู้ที่สร้างงานเขียน อย่างไรก็ตามคำนี้มักใช้เฉพาะกับผู้ที่เขียนงานสร้างสรรค์หรือเป็นอาชีพ หรือผู้ที่ได้สร้างงานเขียนในลักษณะอื่น ๆ นักเขียนที่มีความชำนาญจะแสดงความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อที่จะนำเสนอแนวคิดและภาพพจน์ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบันเทิงคลีหรือสารคดี