วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สมาชิกในกลุ่ม


1.เด็กชาย  ธนโชค      โชคสงเคราะห์         เลขที่ 5     ม.3/12
2.เด็กชาย  ปริยะ         จิยางกูร                   เลขที 9     ม.3/12
3.เด็กหญิง จารุภา       ปาลคเชนทร์            เลขที่ 19   ม.3/12
4.เด็กหญิง มนรดา      สุวรรณ                    เลขที 29   ม.3/12
5.เด็กหญิง ศิรพักตร์   กีรติโชติกุล             เลขที 32   ม.3/12

ความหมายของอาชีพ

คำถาม

อาชีพหมายถึง?

อาชีพอิสระกับอาชีพเสริมต่างกันอย่างไรมีนิยามว่าอย่างไร คนอายุ15-60ปีประกอบอาชีพและมีรายได้ตำก่าว23000บาทต่อปีมีกี่คนต่อครัวเรือน คนที่จบชั้นป6ไม่ได้เรียนต่อชั้นมัธยมมีประมาณเท่าไรและได้รับการผึกอบรมบ้างหรือเปล่า nbsp
คำตอบ
อาชีพ หมายถึง การทำกิจกรรม การทำงาน การประกอบการที่ไม่เป็นโทษแก่สังคม และมีรายได้ตอบแทน โดยอาศัยแรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เครื่องมือ วิธีการ แตกต่างกันไป
กลุ่มอาชีพตามลักษณะการประกอบอาชีพ มี 2 ลักษณะ คือ อาชีพอิสระ และอาชีพรับจ้าง
1. อาชีพอิสระ หมายถึง อาชีพทุกประเภทที่ผู้ประกอบการดำเนินการด้วยตนเอง 
แต่เพียงผู้เดียวหรือเป็นกลุ่ม อาชีพอิสระเป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่หากมีความจำเป็นอาจมีการจ้างคนอื่นมาช่วยงานได้ เจ้าของกิจการเป็นผู้ลงทุน และจำหน่ายเอง คิดและตัดสินใจด้วยตนเองทุกเรื่อง ซึ่งช่วยให้การพัฒนางานอาชีพ เป็นไปอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ การประกอบอาชีพอิสระ เช่น ขายอาหาร ขายของชำ ซ่อมรถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในการประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ ความสามารถในเรื่อง การบริหาร การจัดการ เช่น การตลาด ทำเลที่ตั้ง เงินทุน การตรวจสอบ และประเมินผล เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความอดทนต่องานหนัก ไม่ถ้อถอยต่อ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และมองเห็นภาพการดำเนินงาน ของตนเองได้ทะลุปรุโปร่ง 

2. อาชีพรับจ้าง หมายถึง อาชีพที่มีผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการ โดยตัวเองเป็นผู้รับจ้าง ทำงานให้ และได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง หรือเงินเดือน อาชีพรับจ้างประกอบด้วย บุคคล 2 ฝ่าย ซึ่งได้ตกลงว่าจ้างกัน บุคคลฝ่ายแรกเรียกว่า "นายจ้าง" หรือผู้ว่าจ้าง 
บุคคลฝ่ายหลังเรียกว่า "ลูกจ้าง" หรือผู้รับจ้าง มีค่าตอบแทนที่ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ ผู้รับจ้างเรียกว่า "ค่าจ้าง" 
การประกอบอาชีพรับจ้าง โดยทั่วไปมีลักษณะ เป็นการรับจ้างทำงานในสถาน ประกอบการหรือโรงงาน เป็นการรับจ้างในลักษณะการขายแรงงาน โดยได้รับค่าตอบ แทนเป็นเงินเดือน หรือค่าตอบแทนที่คิดตามชิ้นงานที่ทำได้ อัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับการกำหนด 
ของเจ้าของสถานประกอบการ หรือนายจ้าง การทำงานผู้รับจ้างจะทำอยู่ภายในโรงงาน ตามเวลาที่นายจ้างกำหนด การประกอบอาชีพรับจ้างในลักษณะนี้มีข้อดีคือ ไม่ต้องเสี่ยง กับการลงทุน เพราะลูกจ้างจะใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่นายจ้างจัดไว้ให้ทำงานตามที่นายจ้าง 
กำหนด แต่มีข้อเสีย คือ มักจะเป็นงานที่ทำซ้ำ ๆ เหมือนกันทุกวัน และต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของนายจ้าง ในการประกอบอาชีพรับจ้างนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่เอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบอาชีพ รับจ้างมีความเจริญก้าวหน้าได้ เช่น ความรู้ ความชำนาญในงาน มีนิสัยการทำงานที่ดี มีความกระตือรือร้น มานะ อดทน ในการทำงาน ยอมรับกฎเกณฑ์และเชื่อฟังคำสั่ง มีความซื่อสัตย์ สุจริต ความขยันหมั่นเพียร รับผิดชอบ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รวมทั้ง สุขภาพอนามัยที่ดี อาชีพต่าง ๆ ในโลกมีมากมาย หลากหลายอาชีพ ซึ่งบุคคลสามารถจะเลือกประกอบ อาชีพได้ตามความถนัด ความต้องการ ความชอบ และความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ประเภทใด จะเป็นอาชีพอิสระ หรืออาชีพรับจ้าง ถ้าหากเป็นอาชีพที่สุจริตย่อมจะทำให้ เกิดรายได้มาสู่ตนเอง และครอบครัว ถ้าบุคคลผู้นั้นมีความมุ่งมั่น ขยัน อดทน ตลอดจน มีความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ จะทำให้มองเห็นโอกาสในการเข้าสู่อาชีพ และพัฒนา อาชีพใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ

ตัวอย่างอาชีพ

อาชีพงานกลางแจ้ง

วิศวกรโยธา    ครูฝึกสอนกีฬา   นักบิน  เกษตรกร    สัตวแพทย์    ช่างไม้  ผู้รับเหมาก่อสร้าง    เจ้าหน้าที่รักษาป่า     ภูมิสถาปนิก   ช่างก่ออิฐ  นักออกแบบสวน พนักงานดับเพลิง

อาชีพที่ใช้ความละเอียด
โปรแกรมเมอร์    สมุห์บัญชี     นักการธนาคาร  วิศวกรอวกาศ  บรรณารักษ์   นักเทคนิคทางการแพทย์      
นักวิเคราะห์ด้านการเงิน   นักบัญชี


อาชีพที่ใช้ทักษะความเป็นผู้นำ
เจ้าของธุรกิจ    ทหาร    ทนายความ  พนักงานขาย    ผู้จัดการโรงแรม นักการเมือง    ครูใหญ่         ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล   ตำรวจ


อาชีพต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากๆ
ครู  แพทย์  นักโฆษณา  นักข่าว     ผู้รายงานข่าว นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล  นักจิตวิทยา   พนักงานขายทางโทรศัพท์  พนักงานขายร้านค้าปลีก  พนักงานเก็บเงิน  พนักงานต้อนรับ


อาชีพด้านงานศิลปะ&การบันเทิง
นักแสดง    นักดนตรี      นักเขียน        
นักออกแบบเครื่องแต่งกาย    สถาปนิก  ช่างภาพ    ผู้ออกแบบท่าเต้น


อาชีพที่ใช้ทักษะของการค้นคว้าหาเหตุและผล
นักวิทยาศาสตร์    ตำรวจ    นักสืบ   นักวิจัยทางการแพทย์    จิตแพทย์  ศาสตราจารย์    วิศวกรเครื่องกล    วิศวกรไฟฟ้า      
 นักวิจัยตลาด      นักกฎหมาย    นักธรณีวิทยา     เจ้าหน้าที่รักษาป่า

ความหมายของทักษะ

ความหมายของทักษะ





     หมายถึง ความชัดเจน และความชำนิชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งบุคคลสามารถสร้างขึ้นได้จากการเรียนรู้ ได้แก่ ทักษะการอาชีพ การกีฬา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การอ่าน การสอน การจัดการ ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทักษะทางภาษา ทักษะทางการใช้เทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งเป็นทักษะภายนอกที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน จากการกระทำ หรือจากการปฏิบัติ ซึ่งทักษะดังกล่าว นั้นเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่จะทำให้ผู้มีทักษะเหล่านั้น มีชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ โดยมีโอกาสที่ดีกว่าผู้ไม่มีทักษะดังกล่าว ซึ่งทักษะประเภทนี้เรียกว่า Livelihood skill หรือ Skill for living ซึ่งเป็น คนละอย่างกับทักษะชีวิต ที่เรียกว่า Life skill


อาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการฟัง

โปรดิวเซอร์เพลง





         คือ มีหลายบทบาทการทำงาน ทั้งทำหน้าที่ควบคุมการบันทึกเสียง ให้คำแนะนำและแนวทางกับนักดนตรี จัดการและวางแผนงานการผลิตทั้งค่าใช้จ่ายและทรัพยากร ดูแลจัดการการบันทึกเสียง การผสมเสียงและขั้นตอนการการทำต้นฉบับ สิ่งเหล่านี้คือหน้าที่หลักของโปรดิวเซอร์ ตั้งแต่เริ่มต้นบันทึกเสียง แต่ต่อมาช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ต่างก็มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมารับหน้าที่บางส่วน ในบางกรณีจะมีการนำโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ มาเปรียบเทียบการทำงานกับโปรดิวเซอร์เพลง ในแง่งาน ของเขต ซึ่งแตกต่างจากโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ที่ โปรดิวเซอร์เพลงมักไม่ค่อยจะได้รับความรับผิดชอบในการหาเงินทุนเพื่อการผลิตผลงานเพลง การทำงานของโปรดิวเซอร์เพลงจะคล้ายกับการทำงานของผู้กำกับภาพยนตร์มากกว่า โปรดิวเซอร์เพลงจะถูกว่าจ้างโดยนายทุน (โดยทั่วไปอาจหมายถึงค่ายเพลง หรือในบางครั้งอาจเป็นตัวศิลปินเอง)

นักร้อง


     
คือ บุคคลที่ร้องเพลงเป็นอาชีพ นักร้องมีหลากหลายแบบ ตามแนวเพลง นักร้องที่ดีจะมีเสียงที่ไพเราะเป็นจุดดึงดูดให้ผู้ฟังเพลงได้เพลิดเพลิน ซึ่งประเภทของเพลง ทำให้แยกประเภทของนักร้องได้ เช่นอคูสติก ป๊อป ร็อค แจ๊ส เบส เป็นต้น

นักดนตรี

   
      คือ ผู้ที่มีความสามารถทางด้านดนตรี โดยไม่คำนึงถึงว่าเขาจะมีดีในด้านใด พวกเขามีความรักในเสียงดนตรี

นักการทูต

  
   คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของผู้นำประเทศและเป็นผู้แทนของประเทศในการติดต่อกับอีกรัฐหนึ่ง เช่นการพบปะหารือระหว่างผู้นำลาวกับนายกรัฐมนตรีไทยถือเป็นการติดต่อระหว่างรัฐทั้งสอง ในกรณีที่ผู้นำรัฐมีความสนิทกันก็อาจจะยกหูโทรศัพท์คุยระหว่างกันได้เลยซึ่งก็ถือว่าสิ่งที่พูดหรือตกลงกันทางโทรศัพท์นั้นคือความตกลงระหว่างประเทศทีเดียว

ผู้พิพากษา


     
      คือ ข้าราชการตุลาการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี

อาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการพูด

งานขาย (SALES)


       
        อาชีพนี้เหมาะกับคนที่มีบุคลิกที่ชอบพบปะพูดคุยกับผู้อื่นอยู่เสมอ มีอัธยาศัยดี ที่สำคัญอารมณ์ต้องเย็น...เจี๊ยบ เลยทีเดียว เพราะการทำอาชีพเป็นพนักงานขาย รายได้ส่วนหนึ่งจะมาจากยอดขายที่คุณทำผลงานได้ดี ขายได้เยอะส่วนแบ่งและค่าตอบแทนก็จะได้เยอะไปด้วย ต้องเป็นคนที่ขยันขันแข็ง ไม่เบื่อที่จะต้องพบเจอคนใหม่ๆ และทักษะที่สำคัญที่สุดก็คือ การพูดจาโน้มน้าวใจคนเก่ง นั่นจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพการขายอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นงานขายตรง หรือขายอ้อมๆ รับรองโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ สำหรับหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้โดยตรงก็จะเป็นสาขาการตลาด หรือหลักสูตรอบรมการขายต่างๆ ก็มีเปิดอบรมมากมายในปัจจุบัน 

     
ประชาสัมพันธ์ (PUBLIC RELATIONS)

   
  
       ผู้ที่ปฏิบัติงานในด้านการประชาสัมพันธ์เราจะเรียกว่า “เจ้าหน้าประชาสัมพันธ์ (Public Relations Officer) หรือที่มักนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า “PR” คนที่เหมาะกับการเป็นนักประชาสัมพันธ์จะต้องเป็นผู้สื่อสารที่ดี ชอบพูดคุย รักการเข้าสังคม ชอบพบปะกับผู้คนมากมาย ที่สำคัญคือ จะต้องเป็นผู้ที่มีใจรักงานบริการอย่างแท้จริง เพราะอาชีพนี้มักเป็นฝ่ายที่ต้องรับหน้าลูกค้าและสื่อมวลชนเสมอ ดังนั้นหากใครไม่มีใจรักและความอดทนจริงๆ ก็ไม่อาจทำงานนี้ได้อย่างแน่นอน ส่วนคณะและสาขาวิชาที่จะต้องเลือกเรียนส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ เริ่มฝึกปฏิบัติการพูดต่อที่สาธารณชน การเป็นพิธีกร เป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุ (ดีเจ) หรือ ฝึกปฏิบัติการจัดกิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์ เช่น จัดสัมมนาเพื่อการประชาสัมพันธ์ สัมมนาสื่อมวลชน จัดนิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง ฝึกด้านบุคลิกภาพให้ดี และมีความมั่นใจมากขึ้นนั่นเอง
     
แพทย์และทันตแพทย์ (DOCTORS/DENTISTS)


       
    
       หลายคนอาจจะแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมอาชีพทางสายการแพทย์ ถึงเหมาะกับคนที่ชอบเข้าสังคม และพบปะผู้คนบ่อยๆ เพราะแพทย์ในความคิดของหลายๆ คนจะต้องเป็นคนที่มีบุคลิกเคร่งขรึม เก่ง ฉลาด มีความรู้มาก ไม่น่าจะชอบยุ่งหรือสุงสิงกับใคร แต่ถ้ามองในทางกลับกันแล้วอาชีพแพทย์ หรือทันตแพทย์ จะต้องเป็นอาชีพที่พบปะผู้คนมากมาย คนไข้ที่เข้ามาทำการรักษาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น แพทย์ส่วนใหญ่ที่จะประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในอาชีพการงาน นอกจากเป็นคนเก่ง และฉลาดแล้ว สิ่งสำคัญคือ จะต้องเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย มีเสน่ห์ และมีศิลปะในการพูดกับคนไข้ที่มาใช้บริการ การพูดคุยเพื่อให้คนไข้คลายกังวลก็เป็นศิลปะส่วนหนึ่งที่แพทย์ทุกคนจะต้องมีนั่นเอง
     
 วารสารศาสตร์ (JOURNALISM)

   

     อีกหนึ่งอาชีพที่ต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นจำนวนมาก ถ้าคุณมีลักษณะนิสัยที่ชอบพูดคุยซักถาม สนุกสนานในการได้สัมภาษณ์เรื่องราวของผู้คนแล้วหละก็ งานวารสารศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรวิชาชีพที่เหมาะกับคุณอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรืองานวารสารอื่นๆ เป็นต้น ทักษะที่ใช้ในงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการพูดคุย จะต้องเป็นคนที่คุยเก่ง ชอบถามซักไซ้ไล่เลียง อยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต ไม่กลัวที่จะต้องพูดคุยกับผู้คนแปลกหน้า และที่สำคัญจะต้องมี ทักษะด้านการเขียน ที่ค่อนข้างดีอีกด้วย เพราะงานวารสารศาสตร์จะต้องใช้ทักษะทางด้านภาษาในการเขียนงานให้มีเสน่ห์น่าติดตาม วิชาที่จะต้องเลือกเรียนได้แก่ สาขาสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์ เป็นต้น บางมหาวิทยาลัยอาจอยู่ในคณะมนุษย์ศาสตร์ ดังนั้นให้เน้นไปที่สาขาสื่อสารมวลชนเป็นอันใช้ได้

   

นักแสดง (ACTOR)


    

        นี่คืองานในฝันที่แท้จริงของคนที่มีลักษณะที่มีความมั่นใจสูง ชอบเข้าสังคม และไม่เขินอายที่จะอยู่ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ เมื่ออยู่ภายใต้สปอร์ตไลท์และได้รับความสนใจมากเพียงใดก็จะยิ่งทำให้คุณพึงพอใจมากขึ้นเท่านั้น ความสำเร็จที่ได้มาจากอาชีพทางด้านการแสดงจะนำมาซึ่งชื่อเสียงเงินทอง และโอกาสจากสังคมอีกมากมาย เพียงแค่คุณเป็นคนกล้าแสดงออก รักในการแสดง และถ้ายิ่งมีรูปร่างหน้าตาที่ดี รับรองว่ามีโอกาสในการทำงานด้านนี้ค่อนข้างสูง เป็นอาชีพที่จะต้องฝึกฝนและพัฒนาทักษะทางด้านการแสดงของตัวคุณเองอยู่เสมอ หลักสูตรที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นพวกสาขาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ หรือจะเป็นคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาเอกการละคร นอกจากนั้นยังมีโรงเรียนสอนการแสดง ฝึกอบรมหลักสูตรสำหรับเตรียมตัวเป็นนักแสดงโดยเฉพาะให้เลือกมากมายหลายสถาบันด้วยกัน
  
   

อาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการอ่าน

นักพากษ์


     คือผู้ที่ให้เสียงสำหรับภาพยนตร์เอะนิเมะชัน ภาพยนตร์ต่างประเทศ การ์ตูน ละครทีวี หรือวิทยุ นักพากย์การ์ตูน นักพากย์เสียงอาจจะใช้ฉายา ของตัวเองในการพากย์เพื่อให้ ผู้ฟังหรือผู้ชมจดจำได้ง่าย หลายครั้งที่นักพากย์เสียงไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน เนื่องจากไม่ได้ปรากฏตัวให้ผู้อื่นจำหน้าได้ บางครั้งอาจให้นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาเป็นนักพากย์ เพื่อให้ผู้ชมจำเสียงได้





บรรณาธิการ


   
       เป็นบุคคลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการจัดทำ รวบรวม ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุม เนื้อหาและภาพทั้งหมด ที่จะตีพิมพ์เป็นหนังสือ หรือเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีกำหนดว่าจะออกเรื่อยไปตามลำดับ โดยใช้ชื่อเดิม เช่น หนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆ และนิยมใช้เป็นคำย่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “บ.ก.” ส่วนคำที่ใช้เรียกกระบวนการลักษณะดังกล่าว คือบรรณาธิกร 

นักเขียน


    

       คือผู้ที่สร้างงานเขียน อย่างไรก็ตามคำนี้มักใช้เฉพาะกับผู้ที่เขียนงานสร้างสรรค์หรือเป็นอาชีพ หรือผู้ที่ได้สร้างงานเขียนในลักษณะอื่น ๆ นักเขียนที่มีความชำนาญจะแสดงความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อที่จะนำเสนอแนวคิดและภาพพจน์ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบันเทิงคลีหรือสารคดี

อาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการเขียน

เลขานุการ




       คือ ผู้ช่วยแบ่งเบาภารกิจของผู้บริหาร ช่วยอำนวยความสะดวก และช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงและรวดเร็วยิ่งขึ้น  เลขานุการต้องรู้และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้านายรู้และเข้าใจ ต้องสามารถพลิกแพลงผกผันจัดการงานให้เดินราบรื่นคล้องจองไปกับความต้องการ และความจำเป็นของงานและตัวเจ้านาย ต้องประสานงาน(ไม่ใช่ประสานงา นะคะ แต่บางครั้งการประสานงาน ก็มีเรื่องฮา ๆ เหมือนกันนะ กับคนทั้งภายในและภายนอกองค์การ

ผู้จัดการ


    คือ บุคคลที่มีหน้าที่บริหารและควบคุมดูแลกิจการ

นักแต่งเพลง


   
  คือ ผู้ที่ทำการประพันธ์ทำนอง และ/หรือ ผู้ที่ทำการประพันธ์คำร้อง 

อาชีพที่ใช้ทักษะในการใช้ภาพ

จิตรกร



     
       คือ นักวาดภาพตามจินตนาการและมโนคติ โดยถ่ายทอดออกมาเป็นรูปร่างผ่านสีสันต่าง ๆ ตามความถนัดและความชื่นชอบของจิตรกร ซึ่งอาจวาดภาพตามจินตนาการ หรือรูปเหมือนของคน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ ใบหญ้า บรรยากาศ วิวทิวทัศน์ต่าง ๆ เขียนภาพ วาดภาพต่าง ๆ ลงบนวัสดุ เช่น ผ้าใบ ผ้า กระดาษ ไม้ หรืออื่น ๆ ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ โดยถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของจิตรกรผ่านพู่กัน ดินสอ ปากกา ออกมาเป็นรูปร่างให้มีลักษณะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยลวดลายที่บรรจงสวยงามตามแต่จิตรกรแต่ละท่านจะสร้างสรรค์
นักออกแบบภัณฑ์

นักนฤมิตศิลป์


   
         คือ ผู้ที่ออกแบบโดยใช้พื้นฐานทางศิลปะเป็นหลักในการสร้างผลงานเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

นักประยุกต์ศิลป์


   
       คือ ศิลปะที่อำนวยประโยชน์ทางกายมุ่งเน้นประโยชน์ทางการใช้สอยมากกว่าความงาม หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการ ทางร่างกาย แบ่งออกเป็น

นักออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา



    
           คือ ออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ของตกแต่ง หีบห่อ กราฟิก เครื่องประดับโลหะหรือพลาสติก เป็นต้น เขียนแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และควบคุมดูแลการผลิตให้เป็นไปตามแบบ เพื่อให้ได้งานในลักษณะที่ต้องการ 

นักออกแบบผลิตภัณฑ์และพาณิชยกรรม
    
  
                 คือ ผู้ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เช่น เครื่องเรือน เครื่องนุ่งห่ม เครื่องปั้นดินเผา เครื่องแก้ว เครื่องเพชรพลอย สิ่งทอ สิ่งถัก และเครื่องใช้ภายในบ้านเรือน โดยออกแบบให้มีรูปลักษณะที่สวยงามและใช้ประโยชน์ได้ด้วย พิจารณาถึงจุดมุ่งหมาย ต้นทุน รายการทางเทคนิคต่างๆ วิธีการผลิต และความพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ร่างแบบแสดงลักษณะ รูปร่าง ขนาดและรายการอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ นำภาพเขียนเสนอขอความเห็นชอบจากฝ่ายจัดการหรือลูกค้า และดัดแปลงแก้ไข แบบเท่าที่จำเป็น อาจชำนาญการออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ 

นักออกแบบเครื่องแต่งกาย

      
 คือ สร้างแบบผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งห่ม ออกแบบโดยพิจารณาถึงจุดมุ่งหมาย ต้นทุน รายการทางเทคนิคต่างๆ วิธีการผลิต และความพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ร่างแบบ นำภาพเขียนเสนอขอความเห็นชอบจากฝ่ายจัดการหรือลูกค้า และต้องดัดแปลงแก้ไขแบบตามความจำเป็น 

 ช่างเขียนแบบโฆษณา 



      คือ ผู้ที่เขียนและออกแบบภาพเพื่อลงในหนังสือ วารสาร แผ่นป้ายโฆษณา แผนภูมิ ฉลากปิดภาชนะ ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ หรือปรึกษางานกับผู้ควบคุมงาน หรือลูกค้า เพื่อพิจารณากำหนดความคิดที่จะออกแบบแผนภาพ และเนื้อที่ที่ใช้ในการเขียนภาพ ข้อความต่างๆที่เกี่ยวกับการเขียนภาพ ทำความเข้าใจในข้อความที่เกี่ยวกับเรื่องที่จะนำมาเขียนภาพประกอบเสร็จแล้วนำเสนอลูกค้าเพื่อพิจารณาอนุมัติ เลือกใช้เครื่องเขียน เช่น ดินสอ หมึก สีน้ำมัน สำหรับเขียนภาพที่ต้องการ อาจชำนาญในการเขียนภาพประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ภาพประกอบเรื่อง หรือภาพโฆษณา 

อาชีพที่ประเทศไทยต้องการ

       - สวนดุสิตโพลชี้ผลวิจัยล่าสุด บัญชี แพทย์ บริหาร คอมฯ วิศวะ ครองแชมป์ได้งานสูง
       - ระบุเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตัวแปรในการตัดสินใจเรียน-เข้าสู่อาชีพ
       - เผยโลกไร้พรมแดนสร้างโอกาสใหม่ แอนิเมชั่น-บันเทิง จุดพลุเส้นทางอินเทรนด์
       - วงในกระตุ้นการตื่นตัว โลกเข้าสู่สังคมที่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนล้วนต้องการการพึ่งพาและเชื่อมโยงกัน



 ผลการสำรวจ 10 อาชีพที่ประเทศไทยต้องการ



1. การบัญชี – 19.71%
2. แพทยศาสตร์ – 18.75%
3. บริหารธุรกิจ – 12.02%
4. คอมพิวเตอร์ – 10.10%
5. วิศวกรรมศาสตร์ – 10.10%
6. การตลาด – 8.65%
7. นิติศาสตร์ – 8.17%
8. พยาบาลศาสตร์ – 4.81%
9. การจัดการ – 4.33%
10.รัฐศาสตร์ – 3.36%

       
        การเปลี่ยนผ่านของโลกตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ยุคสังคมเกษตร ยุคสังคมอุตสาหกรรม จนกระทั่งถึงยุคสังคมฐานความรู้ เมื่อยุคเปลี่ยนไปก็ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม อุตสาหกรรม ตลอดจนโมเดลทางธุรกิจ
       
        แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาและการเข้าสู่อาชีพในปัจจุบันจะเป็นอย่างไรนั้น “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดมานำเสนอ
       
       สวนดุสิตโพลจับกระแส
       อาชีพอิน-เอ้าท์เทรนด์
       
        รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สวนดุสิตโพล ม.ราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ ที่มีต่อสาขาวิชาที่เรียนแล้วจะได้งานทำ โดยสำรวจจากผู้ประกอบการผู้ใช้บัณฑิตที่กระจายตามสาขาวิชาต่างๆ, นักวิชาการที่มีความสำคัญในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชาติ, กลุ่มนายธนาคารซึ่งมีผลต่อการให้กู้ยืมเงิน, นักปฏิบัติการ ผู้บริหารระดับกลาง ฝ่ายบัญชี หัวหน้าฝ่ายพัสดุการคลังนโยบาย ฯลฯ รวม 1,376 ตัวอย่าง
       
        เนื่องจากคนกลุ่มนี้ไม่ได้มองธุรกิจของตัวเองแค่วันนี้ แต่มองไปถึง 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อสะท้อนออกมาว่าคนกลุ่มนี้ต้องการคนทำงานประเภทใดเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเป็นส่วนหนึ่งที่ม.ราชภัฎสวนดุสิตนำมาปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรต่างๆ
       
        นอกจากนี้ เป็นการแนะแนวทางให้กับอาจารย์แนะแนว 200 กว่าคนทั่วปริมณฑล เนื่องจากครูแนะแนวจะต้องดูเรื่องการบริหารความเสี่ยงการบริหารอนาคต เพราะการแนะแนวต่อไปในอนาคตจะต้องประกันความเสี่ยงว่าเรียนแล้วจะต้องไม่ตกงาน และเพราะความต้องการแรงงานมีความเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของตลาด และภาวะเศรษฐกิจ
       

อาชีพที่อาเซียนต้องการ

   8 อาชีพ ที่คาดว่าจะเป็นที่ต้องการที่สุดในอาเซียน เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเกิดขึ้นในปีพ.ศ.2558ที่จะถึงนี้ ได้แก่




       1. วิศวกรรม
       2. การสำรวจ
       3. สถาปัตยกรรม
       4. แพทย์
       5. ทันตแพทย์
       6. พยาบาล
       7. บัญชี
       8. การบริการ / การท่องเที่ยว 


       อาชีพอิสระที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองสามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานใน
ประเทศแถบอาเซียน ได้ทันที ไม่มีการปิดกั้น อาชีพที่ได้ตกลงไว้ คือ แพทย์ พยาบาล บัญชี สถาปนิก วิศวกร 
                                      
          โดยในตอนแรกมีการตกลงว่า ภาษาที่ใช้ ในประชาคมอาเซียน คือ ภาษาอังกฤษขณะนี้มีหลายประเทศที่รายได้เฉลี่ยต่ำกว่าไทย ดังนั้นจะมีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในเมืองไทยอย่างแน่นอน ช่วง 5 ปีต่อจากนี้ไป อาจยังไม่มีผลกระทบทางลบมากนัก แต่นานไปก็น่าเป็นห่วงว่า คนไทยจะไม่มีงานทำ หรือโดนแย่งงานจากแรงงานต่างชาติ     
           ใน 4-5 ปีข้างหน้า 10 ประเทศก็จะเหมือน 10 จังหวัด ในการเปิดเสรีทางเงินทุนการค้า การบริการ แต่ข้อเท็จจริงการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ จะต้องมีกฎกติกา ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันในประเด็น 7 สาขาวิชาชีพ ช่างสำรวจ สถาปนิก บัญชี แพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร พยาบาล เมื่อมีกฎแล้วต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของประเทศนั้นๆ ด้วย เช่น วิศวกร จะไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ ก็ต้องผ่านการสอบของสิงคโปร์ด้วย กลุ่มแรงงานระดับล่างยังไม่ตกลงเพราะเป็นเรื่องใหญ่                    
           แต่อีกกลุ่มวิชาชีพหนึ่ง คือ บุคลากรวิชาชีพทาง การท่องเที่ยวกำลังอยู่ในขั้นตอนการตกลง มี 9 ประเทศ
ลงนามเรียบร้อยแล้ว แต่ไทยยังไม่ลงนามเพราะติดกรอบทางด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการทำข้อตกลงกับต่างประเทศต้อง ได้รับการยินยอมจากรัฐสภา แม้ยังไม่ลงนามก็มีการเตรียม ความพร้อมไว้แล้ว ถ้าไม่ลงนามก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานได้  
          อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ควรจะกล่าวถึงคือเรื่องของสมรรถนะ ความรู้ความสามารถ (Competency)ในการบริการ การทำงานกับเพื่อนร่วมงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับตัว ความเร็ว ในการทำงาน ความยืดหยุ่น ในการทำงานเป็นหลัก แต่ต่อไปนี้จะทำงานตามหน้าที่คนมีสมรรถนะคือ คนที่ทำงานเร็วเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาสม่ำเสมอ  
          แพทย์ และพยาบาล ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่เป็นที่สนใจของอาเซียน แม้แต่ในประเทศไทยก็เป็นที่ต้องการมาก สถานประกอบการบางแห่งก็ขาดแคลนพยาบาลโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหนึ่ง สถานประกอบการที่ขาดแคลน เพราะตามกฎหมายสถานประกอบการ หรือโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีพยาบาลประจำโรงงานเช่น กรณีลูกจ้าง 200-999 คน ต้องจ้างพยาบาลจำนวน 1 คน ตลอด 8 ชั่วโมงและทุก 1,000 คนที่เพิ่มขึ้นต้องจ้างพยาบาลเพิ่ม 1 คน เป็นต้น

อาชีพที่ตลาดโลกต้องการ (1)

18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015
        เริ่มต้นปีใหม่กับเทรนอาชีพฮอตของโลก ในปี 2015 ที่บริษัท CareerBuilder ได้ร่วมมือกับ Economic Modeling Specialists Intl. สำรวจและรวบรวมข้อมูลแนวโน้มของอาชีพมาแรงในปี 2015 โดยวัดจากอุปสงค์และอุปทาน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน, อัตราการเจิรญเติบโต, การจ้างงานทั้งหมดในปี 2014, ค่าจ้างเฉลี่ยคิดเป็นชั่วโมง และที่สำคัญที่สุดคือ “ผลต่างระหว่างความต้องการของบริษัทต่างๆ ที่ลงประกาศรับสมัครงาน กับอัตราการจ้างงานจริงในแต่ละเดือน” นั่นคือจำนวนอัตรางานที่กำลังต้องการและขาดแคลนอยู่ในขณะนี้นั่นเอง จนได้ออกมาเป็น 18 อาชีพฮอตและร้อนแรงที่สุด ในปี 2015 โดยแบ่งเป็นงานที่จะต้องมีใบปริญญารับรอง ต้องผ่านการศึกษาจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย 10 อาชีพ และงานที่ไม่ต้องมีใบปริญญาอีก 8 อาชีพ ดังนี้
  
       10 อาชีพที่ต้องมีใบปริญญารับรอง ที่ฮอตที่สุดในปี 2015
  
       อันดับ 1 : บริหารการตลาด (Marketing executive)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015
        บริหารการตลาด อาชีพฮอตอันดับหนึ่ง ในปี 2015 ที่มีช่องว่างระหว่างตำแหน่งงานที่ต้องการ และอัตราที่ลงประกาศรับสมัครงานในแต่ละเดือนสูงที่สุดถึง 22,996 อัตรา คือ ในแต่ละเดือนจะมีการลงประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งบริหารการตลาด 34,613 ตำแหน่ง แต่มีการจ้างงานจริงในแต่ละเดือนเพียง 11,617 ตำแหน่งเท่านั้น และยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยในปี 2010-2014 อยู่ที่ 10 เปอร์เซนต์ รายได้เฉลี่ยคิดเป็นต่อชั่วโมงแล้วจะอยู่ที่ $57.42 หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณชั่วโมงละ1,889 บาท สรุปผลอัตราการจ้างงานสำหรับผู้บริหารการตลาดในปี 2014 คือ 191,872 คน
  
       อันดับ 2 : นักพัฒนาซอฟต์แวร์, คนเขียนโปรแกรม (Software Developer, Applications)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015
        อาชีพอันดับ 2 ที่มีความต้องการสูงรองลงมาจากผู้บริหารการตลาด คือ “นักพัฒนาซอฟต์แวร์” มีตำแหน่งว่างที่ลงประกาศรับสมัครงาน 52,700 ตำแหน่ง และรับทำงานจริงในแต่ละเดือนเพียง 31,616 ตำแหน่ง ทำให้ยังมีตำแหน่งว่างอยู่สูงถึง 21,084 ตำแหน่ง รวมอัตราการจ้างงานทั้งหมดในปี 2014 สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ จะอยู่ที่ 684,614 คน และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยในปี 2010-2014 อยู่ที่ 15 เปอร์เซนต์ โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง $44.66 ประมาณ 1,469 บาท 
  
       อันดับ 3 : พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านสอบรับรองมาตรฐาน (Registered Nurse)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        พยาบาลวิชาชีพเป็นอาชีพที่มีความต้องการ และตำแหน่งการจ้างงานสูงที่สุดใน 10 อาชีพ โดยอัตราการจ้างงานทั้งหมดในปี 2014 สูงถึง 2,729,647 คน และมีความต้องการในการประกาศรับสมัครงานของพยาบาลวิชาชีพต่อเดือนคิดเป็น 122,922 อัตรา และรับจริงในแต่ละเดือนเพียง 103,804 อัตราเท่านั้น ทำให้ความขาดแคลนในสายอาชีพนี้อยู่ในอันดับที่ 3 ผลต่างคือ 19,118 อัตรา แต่มีอัตราเติบโตเฉลี่ยในปี 2010-2014 ค่อนข้างต่ำคือ 5 เปอร์เซนต์เท่านั้น อัตราค่าจ้างเฉลี่ยอยูที่ $32.51 หรือประมาณ 1,069 บาท ต่อชั่วโมง
  
       อันดับที่ 4 : วิศวกรอุตสาหการ (Industrial Engineer)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        สำหรับวิศวกรอุตสาหการ ในปี 2015 นี้ ติดอันดับเป็นอาชีพสุดฮอตอยู่ในอันดับที่ 4 มีการลงประกาศรับสมัครงานต่อเดือนประมาณ 26,031 อัตรา แต่รับจริงเพียง 7,880 อัตรา ทำให้เกิดการขาดแคลนวิศวกรอุตสาหการสูงถึง 18,151 อัตรา แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงสูงกว่าพยาบาลอาชีพ (อันดับ 3) เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ $38.96 หรือประมาณ 1,282 บาท ต่อชั่วโมง และมีอัตราการเติบโตในปี 2010-2014 ที่สูงกว่าคือ 9 เปอร์เซนต์ รวมอัตราการจ้างงานของวิศกรอุตสาหการทั้งหมดในปี 2014 คือ 235,817 คน
  
       อันดับที่ 5 : ผู้ดูแลเครือข่ายและระบบคอมพิวเตอร์ (Network and Computer System Administrator)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        ไม่ว่าจะกี่ปีแต่งานด้านระบบคอมพิวเตอร์ ไอที ก็ยังคงเป็นที่นิยมและต้องการในทุกบริษัท สถาบัน และองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ โดยในปี 2015 งานดูแลเครือข่ายและระบบคอมพิวเตอร์ มีอัตราการเจริญเติบโตในช่วงปี 2010-2014 อยู่ที่ 7 เปอร์เซนต์ ถ้าวัดจากอัตราจ้างในการลงประกาศรับสมัครงานอยู่ที่ประมาณ 35,788 อัตรา และรับจริงต่อเดือนเพียง 18,734 อัตราเท่านั้น รวมอัตราจ้างงานจริงทั้งหมดในปี 2014 คือ 378,638 คน และคิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงจะอยู่ที่ $35.84 หรือประมาณ 1,181 บาท
  
       อันดับที่ 6 : นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web developer)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        อีกหนึ่งอาชีพที่สำคัญสำหรับโลกในยุคดิจิทัลนี้ นั่นก็คือ นักพัฒนาเว็บไซต์ หรือ Web developer ผู้สร้างระบบสำหรับเว็บไซต์เพื่อเชื่อมโยงส่วนประกอบต่างๆ ของหน้าเว็บเข้าด้วยกัน ค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยี่ใหม่ๆ สำหรับการประมวลผลเว็บไซต์ และการเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์ เป็นอาชีพที่มีการเติบโตสูงที่สุดในปี 2010-2014 คือ 17 เปอร์เซ็นต์ อัตราค่าจ้างคิดเป็นรายชั่วโมงแล้วตกอยู่ที่ประมาณ $28.02 หรือประมาณ 923 บาท อัตราการจ้างงานในแต่ละเดือนอยู่ที่ 30,108 อัตรา แต่มีการจ้างงานจริงเพียง 14,616 อัตรา 
  
       อันดับที่ 7 : การแพทย์และผู้จัดการบริการสุขภาพ (Medical and health services manager)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        อันดับ 7 เป็นอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพ เพราะปัจจุบันคนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น นอกจากการไปหาหมอยามเจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนทั่วไป ที่สำคัญผู้จัดการบริการสุขภาพมีอัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงค่อนข้างสูง คือ $43.61 หรือประมาณ 1,437 บาท อัตราการเจริญเติบโตในปี 2010-2014 อยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์ การจ้างงานทั้งหมดในปี 2014 ประมาณ 317,314 คน
  
       อันดับที่ 8 : นักกายภาพบำบัด (Physical therapist)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        วิชาชีพสาขาหนึ่งทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ช่วยในการบำบัดดูแล และฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัด ยังคงเป็นอาชีพฮอตติดอันดับ Top 10 ในปี 2015 นี้ โดยมีการลงประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งนักกายภาพบำบัดในแต่ละเดือนสูงถึง 24,425 อัตรา แต่จ้างงานจริงได้เพียง 10,880 อัตรา นอกจากนี้ยังมีอัตราการเติบโตในปี 2010-2014 อยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ และมีค่าจ้างเฉลี่ยคิดเป็นชั่วโมง $38.63 ประมาณ 1,273 บาท 
  
       อันดับที่ 9 : อรรถบำบัด (Speech-language pathologist)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        ถ้ากล่าวถึงอาชีพ “อรรถบำบัด” หลายคนคงไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า “นักแก้ไขการพูด” ก็ยังพอนึกภาพออก เป็นผู้ที่ทำการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางภาษาและการพูด เช่น พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด เสียงผิดปกติ ปากแหว่งเพดานโหว่ ประสาทหูพิการ มีความบกพร่องด้านสติปัญญา ผู้ป่วยที่ถูกตัดกล่องเสียง ผู้ป่วยสมองพิการ อีกหนึ่งอาชีพที่มีความต้องการค่อนข้างสูงในปี 2015 นี้ หากดูจากผลการวิจัยและสถิติการประกาศรับสมัครงานในแต่ละเดือนแล้ว นักแก้ไขการพูด มีอัตราการจ้างงานอยู่ที่ 15,113 อัตรา และจ้างงานจริงเพียง 7,112 อัตราในแต่ละเดือนเท่านั้น อัตราค่าจ้างคิดเป็นชั่วโมงจะอยู่ที่ $34 หรือประมาณ 1,120 บาท
  
       อันดับ 10 : ผู้จัดการฝ่ายขาย (Sales manager)
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015

        อาชีพสุดฮอตในปี 2015 อันดับ 10 แต่เป็นอาชีพที่มีอัตราค้าจ้างเฉลี่ยคิดเป็นรายชั่วโมงสูงที่สุดใน 10 อันดับแรก นั่นคือ “ผู้จัดการฝ่ายขาย” มีค่าจ้างสูงถึง $51.98 ประมาณ 1,712 บาท ต่อชั่วโมง ตำแหน่งที่ลงประกาศรับสมัครงานในแต่ละเดือนอยู่ที่ 28,589 อัตรา และอัตราการจ้างงานจริง 22,280 อัตรา ทำให้มีช่องว่างอยู่ที่ 6,309 อัตรา สรุปรวมอัตราจ้างทั้งหมดในปี 2014 คือ 376,238 คน และเป็นอาชีพที่มีอัตราการเติบโตเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2010-2014
18 อาชีพมาแรงในตลาดโลก ปี 2015